ในการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 23 มี.ค.2520 ที่นครอู่ฮั่น  ผู้เชี่ยวชาญแพทย์จีนหลายท่านได้ร่วมกันอรรถาธิบายยาสมุนไพรจีนที่เป็นยาสำเร็จรูปและตำรับยาสำหรับต้มรับประทานที่ผ่านการคัดสรรจากการใช้ควบคุมและรักษาโรคปอดอักเสบสายพันธุ์ใหม่(โควิด-19) ในประเทศจีน 3 ชนิด และ 3 ตำรับ (ซันเย่า ซันฟาง 三药)三方 โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ 

      

ศ.จางโป๋หลี่ อธิการบดีมหาวิทยาลัยแพทย์จีนเทียนจิน  รัฐบัณฑิต ได้กล่าวว่า โรคระบาดครั้งนี้ไม่มียาที่มีผลเฉพาะเจาะจงต่อไวรัสโคโรนาและยังไม่มีวัคซีน เราก็เช่นเดียวกับผู้ร่วมวิชาชีพแพทย์แผนปัจจุบันที่มุ่งไปค้นคว้าหายาจากยาจากที่มีรายงานว่ามีประสิทธิผลแต่เดิม   ขณะเดียวกันก็ได้ทำการคัดกรองยาและตำรับยาที่มีประสิทธิผลในการรักษาซึ่งจะนำมาแนะนำในครั้งนี้ ได้แก่ ยาสามชนิดกับตำรับยาสามตำรับ

 ยาสองชนิดแรก ได้แก่  ยาแกรนูลจินฮัวชิงก่าน  ยาแคปซูลเหลียนฮัวชิงเวิน 
(หมายเหตุผู้เรียบเรียง: ยาแกรนูลหมายถึงยาจีนที่นำไปต้มสกัดด้วยน้ำ  แล้วผ่านกรรมวิธีเตรียมเป็นเกล็ด(แกรนูล)สำหรับชงน้ำรับประทาน   ส่วนยาแคปซูลหมายถึงยาที่ผ่านกรรมวิธีการเตรียมแล้วบรรจุในแคปซูล)

ยาแกรนูลจินฮัวชิงก่าน      เป็นยาใหม่ที่มีการวิจัยขึ้นในครั้งที่มีการระบาดของไข้หวัดใหญ่ H1N1 เมื่อปี 2009  และได้มีการผลิตเป็นยาสำเร็จรูปออกจำหน่ายแล้ว       ยานี้เป็นตำรับที่ประกอบขึ้นจากยาในตำรับหมาซิ่งสือกานทังจากคัมภีร์ซางหานลุ่นและตำรับหยินเชี่ยวส่านจากตำราเวินปิ้งเถียวเปี้ยน จนถึงปัจจุบันยาตำรับหมาซิ่งสือกานทังมีประวัติ การใช้มายาวนานถึง 1800 ปี    ตำราเวินปิ้งเถียวเปี้ยนมีอายุเกือบ 300  ปี    ยาทั้งสองตำรับนี้เป็นยาที่มีประสิทธิภาพโดยได้ผ่านการทดสอบมาในประวัติศาสตร์อันยาวนาน    สรรพคุณที่สำคัญของยานี้คือ ขับพิษลม กระจายชี่ปอด  ดับร้อนถอนพิษ              ในขณะที่มีการคิดค้นสร้างตำรับนี้ขึ้น ศ.หวางเจิ้นได้ทำการวิจัยแบบ RCT  และได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร annals of internal medicine ของอเมริกา         ผลการวิจัยแสดงว่ายานี้มีผลการรักษาไข้หวัดใหญ่ A  เทียบเท่าได้กับยา Tamiflu   ในขณะที่ผลข้างเคียงน้อยกว่าและราคาถูกกว่า

ศ.จางโป๋หลี่ได้กล่าวว่า  ในครั้งนี้ที่อู่ฮั่นได้ทำการวิจัยศึกษาเปรียบเทียบผลการรักษาในผู้ป่วยปอดอักเสบโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ที่มีอาการเบาและอาการทั่วไปจำนวน 102  ราย พบว่าสามารถลดอัตราผู้ป่วยที่มีอาการเบาไม่ให้พัฒนาไปสู่อาการหนักได้ 2 ใน 3  และลดจำนวนวันที่มีไข้ลงเหลือ 1.5  วัน   ขณะเดียวกันดรรชนีต่างๆ ที่บ่งชี้ถึงภูมิคุ้มกัน ได้แก่ ปริมาณรวมของเม็ดเลือดขาว  เม็ดเลือดขาวนิวโตรฟิลด์และลิมโฟไซต์ก็เพิ่มขึ้นอย่างเด่นชัด    แสดงว่ายาแกรนูลจินฮัวชิงก่านมีประสิทธิผลในการรักษาที่แน่นอน        นอกจากบรรเทาอาการทางคลินิก ลดอัตราการพัฒนาของโรคไม่ให้พัฒนาไปสู่อาการหนักแล้วยังมีบทบาทในการปรับปรุงดรรชนีภูมิคุ้มกัน

รพ.โหยวอันปักกิ่งก็ได้ทำการวิจัยติดตามผลทางคลินิกในผู้ป่วย 80 ราย     พบว่า ผลตรวจ nucleic acid กลับเป็นลบนั้นใช้เวลาลดลง 2.5  วัน  การฟื้นฟูจากภาวะปอดอักเสบก็ดีกว่ากลุ่มเปรียบเทียบ 2-3  วัน  ปริมาณของเม็ดเลือดขาวและลิมโฟไซต์ยังเพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจน        ยานี้จึงมีประสิทธิผลในการรักษาไวรัสปอดอักเสบโคโรนาสายพันธุ์ใหม่สามารถใช้ในทางคลินิก  

ยาแคปซูลเหลียนฮัวชิงเวิน     เป็นตำรับของ ศ.อู๋อี่หลิงที่ได้คิดค้นขึ้นในช่วงที่มีการระบาดของโรค SARS       สรรพคุณของยาตำรับนี้คือ ขจัดพิษร้อนระบาด ถอนพิษ กระจายชี่ของปอด ขับระบายพิษร้อน         เป็นยาที่ทีประสิทธิผลแน่นอนในการรักษาไวรัสปอดอักเสบโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่มีอาการเบาและอาการทั่วไป   ปัจจุบันได้มีการส่งไปช่วยอิตาลี 1 แสนชุด

ศ.จางโป๋หลี่ได้ร่วมกับ ศ.จงหนานซาน  ศ.หลี่หลานเจวียน   นำการวิจัยแบบ RCT ในโรงพยาบาล 23 แห่งจาก 9  มณฑลซึ่งมีการออกแบบวิธีวิจัยอย่างเคร่งครัด       ผลการวิจัยในผู้ป่วยไวรัสปอดอักเสบโคโรนาสายพันธุ์ใหม่จำนวน 284  ราย แสดงว่า    ผลการรักษาอาการทางคลินิกและระยะเวลาที่เกิดอาการของกลุ่มที่รักษาด้วยยาเหลียนฮัวชิงเวินดีกว่ากลุ่มเปรียบเทียบ     ภาพเอ็กซ์เรย์ของปอดดีขึ้นถึง 83.3% ในขณะที่กลุ่มเปรียบเทียบดีขึ้น  64.1%         อัตราหายป่วยกลุ่มใช้เหลียนฮัวชิงเวิน 78.9%   ในขณะที่กลุ่มเปรียบเทียบเป็น  66.2%     ผลการรักษาในกลุ่มที่ใช้ยาดีกว่ากลุ่มเปรียบเทียบอย่างชัดเจน    ในด้านการควบคุมภาวะโรคไม่ให้พัฒนาเป็นอาการหนัก   กลุ่มรักษาโดยการใช้ยามีอัตราลดลงร้อยละ 50    และมีงานวิจัยภายนอกร่างกายพบว่ามีฤทธิ์ยับยั้งโคโรนาไวรัส

ศ.จางโป๋หลี่ยังได้แนะนำข้อพิจารณาในการใช้ยาสองตำรับนี้คือ     หากไข้ไม่สูงแต่มีอาการปวดศีรษะมาก ให้ใช้ยาจินฮัวชิงก่าน   หากไข้ค่อนข้างสูงและอุจจาระแห้งให้ใช้ยาเหลียนฮัวชิงเวิน

 

จากนั้นรองอธิการบดี ชิวไห่โป จากคณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัย South East นครนานกิง    ได้แนะนำยาสำหรับฉีดชื่อเสวี่ยปี้จิ้ง 血必净      ยาฉีดเสวี่ยปี้จิ้งเป็นยาสำหรับฉีดที่เตรียมจากยาสมุนไพรจีน      ในหลายปีมานี้มีผลการวิจัยที่แจ่มชัด      สถาบันวิจัยยาเซี่ยงไฮ้ได้วิจัยพบส่วนประกอบทางเคมีที่เป็นสารออกฤทธิ์อย่างน้อย 6 ชนิด    และมีการทดลองภายนอกร่างกายพบว่ายาฉีดเสวี่ยปี้จิ้งมีฤทธิ์ระงับการเพิ่มจำนวน (replication)ของไวรัสโคโรน่า  การวิจัยในสัตว์ทดลอง  พบว่ายาเสวี่ยปี้จิ้งสามารถระงับการปะทุขึ้นของการอักเสบและบรรเทาความผิดปกติในการแข็งตัวของเลือด  ในครั้งนี้ที่ได้มีการเลือกใช้ยาสำหรับฉีดที่เตรียมจากยาสมุนไพรจีนในการรักษาผู้ป่วยที่มีอาการหนักถึงหนักมาก      ก็ได้อาศัยพื้นฐานจากงานการวิจัยทางคลินิกก่อนหน้านี้ที่แสดงว่าว่ายาสำหรับฉีดเสวี่ยปี้จิ้งมีบทบาทที่แน่นอนในการักษาปอดอักเสบ

ตำรับยาสามตำรับ

 

ศ. หวงลู่ฉี  อธิการบดีสถาบันวิทยาศาสตร์การแพทย์แผนจีนแห่งประเทศจีน รัฐบัณฑิต      ได้แนะนำยาตำรับชิงเฟ่ยผายตู่ทาง 清肺排毒方 ว่ายาตำรับนี้ประกอบด้วยตัวยาจากยาจากคัมภีร์ดั้งเดิม 4 ตำรับ  ได้แก่ ตำรับหมาซิ่งสือกานทัง  ตำรับเส้อกานหมาหวงทัง  ตำรับเสี่ยวไฉหูทางและตำรับอู่หลิงส่าน       ใช้รักษาผู้ป่วยที่มีอาการเบา อาการทั่วไป และในผู้ป่วยที่มีอาการหนักถึงหนักมาก          โดยได้มีการทำการวิจัยในมณฑล10  มณฑล (นอกเหนือจากมณฑลหูเป่ย)  ในหน่วยแพทย์ที่กำหนด 66  แห่ง   ในผู้ป่วยจำนวน 1263 รายที่ได้รับวินิจฉัยยืนยันว่าเป็นไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่     จากการติดตามผลการรักษาพบว่ามีผู้ป่วยที่หายจากโรคและออก รพ.จำนวน 1214 คน หรือ 96.12%     มีผู้ป่วยที่อาการหนัก 57  รายที่ต้องใช้การรักษาร่วมกับแพทย์แผนปัจจุบัน     ผู้ป่วยที่มีอาการหนักนี้ให้รับประทานยาต้มชิงเฟ่ยผายตู๋ทาง  จากการติดตามผลทางคลินิกมีผู้ป่วย 42 รายที่หายดี  คิดเป็น 73.7%      โดยไม่มีผู้ป่วยแม้แต่รายเดียวที่อาการโรคพัฒนาไปสู่อาการหนัก     ภาพรังสีของผู้ป่วยแสดงว่าหลังจากรับประทานยาชิงเฟ่ยผายตู๋ทาง 2 ชุดรักษา  (6 วัน)  ผู้ป่วยจำนวน 53 ราย  รอยโรคที่ปอดเล็กลงและหายไปในระดับต่างๆ    จากข้อมูลทางคลินิกเหล่านี้แสดงให้เห็นว่ายาชิงเฟ่ยผายตู๋ทังมีบทบาทในการยับยั้งไม่ให้โรคจากอาการเบาและอาการทั่วไปพัฒนาไปเป็นอาการหนัก    สามารถลดอัตราการผันแปรไปทางร้ายของโรค   ลดอัตราการเสียชีวิตและบรรเทาความร้ายแรงของโรค 

ยาตำรับที่สองได้แก่ เซวียนเฟ่ยไป้ตู๋ฟาง  宣肺败毒方 ประกอบขึ้นจากยาในคัมภีร์ดั้งเดิมได้แก่  ตำรับหมาซิ่งสือกานทัง  ตำรับหมาซิ่งอี้กานทัง   ตำรับถิงลี่ต้าเจ่าเซี่ยเฟ่ยทังและตำรับเชียนจินเหว่ยจิงทาง             ได้มีการทำการวิจัยควบคู่ไปในโรงพยาบาลการแพทย์ผสมผสานมณฑลหูเป่ยในผู้ป่วย 70 ราย  กับกลุ่มศึกษาเปรียบเทียบ 50 ราย         ผลที่ได้แสดงว่า  ยาตำรับเซวียนเฟ่ยไป้ตู๋ฟางมีประสิทธิภาพในการรักษาควบคุมอาการอักเสบอย่างเด่นชัด    การเพิ่มจำนวนเม็อเลือดขาวลิมโฟไซต์สูงกว่ากลุ่มเปรียบเทียบ 17%     ผลการรักษาผู้ป่วยจนหายดีสูงกว่า 22%

โรงพยาบาลสังกัดมหาวิทยาลัยแพทย์จีนเหอหนานหมายเลข 1         ได้ใช้ยาตำรับนี้กับผู้ป่วยที่มีอาการเบาและอาการทั่วไป 40  ราย    พบว่าผู้ป่วยให้ผลลบในเวลาเฉลี่ย 9.66  วัน       ไม่มีผู้ป่วยที่อาการพัฒนาไปเป็นอาการหนักหรือเพียบหนักแม้แต่รายเดียว    ผลการตรวจด้วย CT  ดีขึ้น 85%                จากการติดตามผลในโรงพยาบาลแพทย์จีนนครอู่ฮั่น  โรคพยาบาลการแพทย์ผสมผสานมณฑลหูเป่ยและโรงพยาบาลสนามเจียงเซี่ยที่ได้ใช้ยาตำรับนี้ในการรักษา     พบว่าในผู้ป่วยที่อาการเบาและอาการทั่วไป   อาการไข้  ไอและอ่อนเพลียลดลงอย่างเห็นได้ชัด      การตรวจปอดด้วย CT    หลังการรักษาก็ดีขึ้นอย่างชัดเจน      ไม่มีแม้แต่รายเดียวที่อาการทรุดหนักลง

ตำรับที่สาม ฮั่วซือไป้ตู๋ฟาง 化湿败毒方มีพื้นฐานมาจากตำรับในแนวทางการรักษาแห่งชาติร่วมกับประสบการณ์การใช้ในทางคลินิกโดยคณะแพทย์จากสถาบันวิทยาศาสตร์การแพทย์แผนจีนในโรงพยาบาลจินอิ๋นถาน         ได้มีการติดตามผลการรักษากับผู้ป่วยในรพ.จินอิ๋นถาน  รพ.สนามตงซีหู  สถานีสาธารณสุขเจียงจวินลู่           รพ.จินอิ๋นถางได้มีการศึกษาผลการรักษาทางคลินิกในผู้ป่วยที่มีอาการหนัก 75  ราย  จากการตรวจ CT พบว่าการอักเสบที่ปอด  และอาการทางคลินิกดีขึ้นอย่างชัดเจน   จำนวนวันที่ผลตรวจกรดนิวคลีอิกกลับเป็นลบ และเวลาที่อยู่ใน รพ.ลดลง 3 วัน        สถานีสาธารณสุขเจียงจวินลู่ทำการรักษาผู้ป่วยที่มีอาการทั่วไป 124  ราย          รพ.สนามตงซีหูทำการวิจัยแบบ RCT  ในผู้ป่วยที่มีเบาและอาการทั่วไป 894  ราย  (กลุ่มที่ใช้ยาจีน 425  ราย)    ผลการรักษายืนยันประสิทธิผลของยา      ในกลุ่มที่ใช้ยาจีนได้มีการติดตามตรวจการทำงานของตับและไตไม่พบผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา           การวิจัยในหนูทดลองที่ป่วยไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่พบว่าทำให้ปริมาณไวรัสในเนื้อเยื่อปอดลดลง 30%

เมื่อวันที่ 18 มีนาคม     ยาแกรนูลฮั่วซือไป้ตู๋ได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการจากทบวงการแพทย์แผนจีนแห่งชาติให้ทำการวิจัยทางคลินิก      การได้รับอนุญาตในครั้งนี้เป็นการเปิดทางยาตำรับจีนให้เข้าสู่กระบวนการวิจัยเช่นเดียวกับยาแผนปัจจุบัน       หวงลู่ฉีได้กล่าวว่า  หลังจากได้รับอนุญาตให้ทำการวิจัยทางคลินิกแล้วก็มีหลายประเทศที่ได้ติดต่อเข้ามา   ยาแกรนูลฮั่วซือไป้ตู๋ถูกเรียกว่า Q-14     Q พ้องเสียงกับคำว่า cure   ส่วน 14  มาจากการที่ตำรับนี้ประกอบด้วยตัวยา 14 ชนิด   

เรียบเรียงโดย แพทย์จีน เภสัชกรสุทธิศักดิ์ ปวราธิสันต์  มังคละโอสถคลินิกแพทย์จีน

[หมายเหตุผู้เรียบเรียง:  1. เกี่ยวกับข้อควรระวังในการใช้ยาหรือตำรับยาที่มีหมาหวง  เนื่องจากหมาหวง Ephedra Mahuang  มีฤทธิ์กระตุ้นประสาทส่วนกลาง ทำให้หัวใจเต้นเร็ว ยกความดัน  จึงต้องใช้อย่างระมัดระวังในผู้ที่มีภาวะความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคนอนไม่หลับ 
ในการตอบคำถามการประชุมทางออนไลน์  มีแพทย์จีนในอเมริกาแจ้งว่า  ยาที่มีส่วนประกอบของหมาหวงไม่สามารถนำเข้าประเทศสหรัฐอเมริกา  อ.จางโป๋หลี่ใด้ตอบว่า  ในตำรับยาให้ใช้เซียงหรู 香薷 แทน
ในหนังสือหานซืออี้ของ ศ.ถงเสี่ยวหลิน ได้แนะนำว่า ในผู้ป่วยสูงอายุหรือมีโรคหัวใจควรลดปริมาณการใช้หมาหวงหรืองดใช้ (หานซื้ออี้ หน้า50)]
2. การใช้ยาให้พิจารณาตามการวินิจฉัยแยกกลุ่มอาการทางแพทย์จีน  ตามภูมิอากาศ สภาพแวดล้อม จัดยาและปรับยาในตำครับให้สอดคล้องกับเวลา สถานที่ พื้นฐานของร่างกาย และสภาวะทางร่างกายทีต่างกัน