การรักษาภาวะมีบุตรยากของแพทย์จีนโดยพื้นฐาน
การรักษาภาวะมีบุตรยากของหมอจีนโดยพื้นฐาน
ความเข้าใจพื้นฐานทางศาสตร์แพทย์แผนจีน
โดยแพทย์จีน เภสัชกรสุทธิศักดิ์ ปวราธิสันต์ มังคละโอสถ
ภาวะมีบุตรยากนี้ ทางทฤษฎีแพทย์จีนอธิบายว่า ปัญหาอยู่ที่ระบบไตเป็นพื้นฐาน ดังที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าระบบไตของแพทย์จีน ไม่ใช่ไตในความหมายของสรีรวิทยาปัจจุบัน หากแต่ยังเกี่ยวข้องกับระบบต่อมขับสารภายในของร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีนี้
ความสามารถในการเจริญพันธุ์ไม่ว่าหญิงหรือชาย แพทย์จีนอธิบายว่าเกี่ยวกับสาร “เทียนกุ่ย 天癸” “เทียน” คือสิ่งที่ได้มาแต่กำเนิด” “กุ่ย” คือสารที่มีลักษณะเป็นของเหลว (癸水)ในจักรราศีสวรรค์ (天干) รวมความแล้วหมายถึงสารที่เป็นของเหลวที่มนุษย์ได้มาแต่กำเนิด และมีความสามารถในการเจริญพันธุ์
สารเทียนกุ่ยนี้จะเก็บไว้ที่ “ไต” โดยเมื่ออายุยังน้อยสารนี้ก็จะมีน้อยมาก ต่อเมื่อร่างกายเจริญเติบโตขึ้น ทางแพทย์จีนก็จะอธิบายว่าพลังชี่ของไตเพิ่มขึ้นตามลำดับ จนสารเทียนกุ่ยสมบูรณ์เต็มที่ ก็จะมีความสามารถในการเจริญพันธุ์ เมื่ออายุมากขึ้นพลังชี่ของไตก็จะเสื่อมถอยลง สารเทียนกุ่ยก็จะลดลงตาม จนหมดไปในที่สุด คนเราจึงสูญเสียความสามารถในด้านนี้
ดังตำราดั้งเดิมได้บรรยายไว้ว่า “女子七岁,肾气盛,齿更发长。二七而天癸至,任脉通,太冲脉盛,月事以时下,故有子。”“丈夫八岁,肾气实,发长齿更。二八肾气盛,天癸至,精气溢泻,阴阳和,故能有子。” ในสตรีเมื่ออายุ 7 ขวบ พลังชี่ของไตจะเฟื่องฟู ฟันจึงงอกงาม เมื่ออายุ 14 มีสารเทียนกุ่ยสูงสุด เส้นลมปราณเริ่นเปิดออก เลือดในเส้นไท่ชงสมบูรณ์เพียงพอ จึงมีประจำเดือนมา ทำให้มีบุตรได้ ในบุรุษเมื่ออายุ 8 ขวบ พลังชี่ของไตเฟื่องฟู ฟันจึงงอกงาม เมื่ออายุ 16 มีสารเทียนกุ่ยสูงสุด ทำให้สามารถขับจิงชี่ออก เมื่อยินและหยางผสามผสานกลมกลืนกันได้ก็จะมีบุตร
ข้างต้นได้อธิบายโดยทั่วไปแล้วสารเทียนกุ่ยจะสมบูรณ์และหลั่งออกมาก็เมื่อคนเราเจริญวัยถึงอายุระดับหนึ่ง ซึ่งในผู้หญิงประมาณ 14 ปี และผู้ชายประมาณ 16 ปี สารเทียนกุ่ยก็จะสมบูรณ์เต็มที่และหลั่งออกมา ซึ่งจะกระตุ้นทำให้เส้นลมปราณเริ่นเปิดออก เส้นลมปราณไท่ชงมีเลือดสมบูรณ์เต็มที่ จึงทำให้ในผู้หญิงมีประจำเดือน และในผู้ชายมีความสามารถในการหลั่งน้ำอสุจิ ซึ่งเป็นพื้นฐานในการทำให้มีบุตร
ดังนั้น การที่สารเทียนกุ่ยจะก่อให้เกิดความสามารถในการมีบุตรได้จึงเกี่ยวข้องกับพลังชี่ของไตเป็นพื้นฐานมาแต่กำเนิด ขณะเดียวกันยังเกี่ยวข้องกับการเปิดออกของเส้นลมปราณเริ่นและความสมบูรณ์ของเลือดในเส้นลมปราณชง ซึ่งเส้นลมปราณทั้งสองเส้นนี้แพทย์จีนเห็นว่ามีกำเนิดมาจากในมดลูก
ดังที่ทราบอยู่แล้วว่า พลังใดๆ ที่ได้รับมาแต่กำเนิดจะได้รับการชดเชยส่วนที่สึกหรอไปหรือมีการเพิ่มเติมให้ใหม่อยู่เสมอ มนุษย์จึงจะสามารถค้ำจุนความสามารถในการดำรงชีวิตไปได้ในชั่วอายุขัยของตน ซึ่งหน้าที่ในด้านนี้แพทย์จีนจัดให้เป็นการทำงานของระบบ “ม้ามและกระเพาะอาหาร”
ดังนั้นในเรื่องของภาวะมีบุตรยากจึงจะพบกับศัพท์เหล่านี้อยู่เป็นประจำได้แก่ ไต เส้นชงและเริ่น มดลูก ม้ามและกระเพาะอาหาร นอกจากนั้นปัจจัยทางอารมณ์และจิตใจในปัจจุบันมีส่วนเกี่ยวข้องไม่น้อย ซึ่งปัจจัยทางด้านนี้แพทย์จีนจัดว่าอยู่ในระบบของ “ตับ” จึงจะได้ยินคำว่าตับเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเช่นกัน
ความสัมพันธ์ระหว่าง ไต-เทียนกุ่ย-มดลูกนี้ จึงมีนักวิชาการทางการแพทย์ผสมผสานได้อธิบายว่า คล้ายกับการทำงานทางสรีระของร่างกายตามกลไก “สมองส่วนธาลามัส-ต่อมใต้สมอง-รังไข่” ซึ่งมีบทบาทในการกระตุ้นและควบคุมฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการมีรอบเดือน
การรักษาภาวะมีบุตรยากทางแพทย์แผนจีนโดยพื้นฐาน
เมื่อสารเทียนกุ่ยที่ทำให้คนเรามีความสามารถในการเจริญพันธุ์ การรักษาภาวะมีบุตรยากของแพทย์แผนจีนจึงเริ่มจากระบบ “ไต”
การวิเคราะห์ปัญหาที่ไตก็ดำเนินตามทฤษฎีการวินิจฉัยพื้นฐาน นั่นคือหากไม่มีภาวะทางร้อนหรือเย็นแจ่มชัด ให้จัดเป็นภาวะชี่ของไตพร่องธรรมดา หากมีภาวะทางหนาวเย็นปรากฏให้จัดเป็นภาวะหยางของไตพร่อง แต่หากมีภาวะทางร้อนปรากฏให้จัดเป็นภาวะยินของไตพร่อง
จะเห็นได้ว่าภาวะที่มักได้ยินว่า “มดลูกเย็น” นั้นความจริงคือภาวะหยางของไตพร่องซึ่งเป็นเพียงส่วนหนึ่งของภาวะพลังชี่ของไตพร่องเท่านั้น ภาวะมีบุตรยากจึงไม่ใช่เรื่องของ “มดลูกเย็น” แต่เพียงอย่างเดียว
ในสามกรณีข้างต้นจะมีการเลือกใช้ยาที่ต่างกันคือ
ภาวะชี่ของไตพร่อง เลือกใช้ตำรับ อี้ว์หลินจู 毓麟珠 (ไข่มุกเลี้ยงกิเลน คำว่าอี้ว์หมายถึงบ่มเพาะ เพาะเลี้ยง หลินมาจากคำเต็มว่า ฉีหลินคือกิเลน ในที่นี้ใช้หมายถึงบุตรธิดาอันเป็นลูกหัวแก้วหัวแหวน จู หมายถึงลักษณะของยาตำรับนี้ที่ทำขึ้นเป็นรูปกลมเหมือนไข่มุก))
ภาวะหยางของไตพร่อง (มดลูกเย็น) ใช้ตำรับเวินเปาทาง 温胞汤(หรือตำรับยาอบอุ่นมดลูก)
ภาวะยินของไตพร่อง ใช้ตำรับหย่างจิงจ่งอี้ว์ทาง 养精种玉汤(หรือตำรับบำรุงสารจิงทำให้มีบุตร)
ยาสองตำรับหลังตั้งชื่อขึ้นตามสรรพคุณของยา ตำรับหนึ่งมีองค์ประกอบไปทางบำรุงหยางของไต อีกตำรับหนึ่งมีองค์ประกอบไปทางบำรุงยินจิงของไต