MUNGKALA

Chinese Medicine in Thailand
  • About us
  • Map
  • News
  • Contact us
Main Menu
  • Home
  • ประวัติมังคละโอสถ
    • ประวัติแพทย์จีนประจำมังคละ
  • สิ่งควรรู้ในการไปพบหมอจีน
  • แนะนำการใช้ยาจีน
  • ยาจีน-ยาไทย
For English
  • Introduction to Mungkala
  • Mungkala Health Services
  • Illness and Acupuncture
  • mungkala TCM doctors
  • Easy to understand TCM
For other languages
  • La clinique Mungkala
  • 日本語
  • Mungkala in Deutsch
  • 中文
แนะนำการศึกษาต่อแพทย์ในจีน
  • แนะแนวเรียนต่อแพทย์อินเตอร์ในจีน
ภาวะมีบุตรยาก infertility
  • การรักษาภาวะมีบุตรยากด้วยแพทย์จีน
  • การรักษาภาวะมีบุตรยากของแพทย์จีนโดยพื้นฐาน
Tour herbs
  • อู่หยวน ชนบทสวยตามสมดุลยินหยาง
  • Mungkala garden อโศกสปัน
Visitors Tracking
Home ประวัติมังคละโอสถ

Latest Articles

  • It's time for Mulberry fruit ผลหม่อนสุกแล้ว
  • แพทย์แผนจีน: อาหารที่ควรทานและวิธีปฏิบัติตัวในฤดูร้อน
  • ขิงสดรักษาโรคง่ายๆ ได้
  • Visitors from Ladakh
  • โภชนาบำบัดแผนจีน
  • ยาจีนกับการรักษาแผลในผู้ป่วยเบาหวาน
  • โกฐจุฬาลำภา ความสับสนระหว่างไอ้เย่กับชิงเฮา
  • Easy to understand TCM
  • ยาจีน-ยาไทย หญ้าปักกิ่ง หญ้ามหัศจรรย์
  • ยาจีน-ยาไทย มะเดื่อ-อู๋ฮัวกั่ว

Popular

  • ความเป็นมาของมังคละโอสถ
  • การรักษาภาวะมีบุตรยากของหมอจีนโดยพื้นฐาน
  • วิธีตรวจของหมอจีน
  • About Mungkala
  • map to Mungkala
  • Contact us
  • การเรียนต่อแพทย์อินเตอร์ในจีน
  • ทานผลไม้ให้ตรงกับโรค
  • ดอกไม้ในสวน-อโศกสปัน Flower in Mungkala garden
  • Mungkala Health Services

ความเป็นมาของมังคละโอสถ

mkl1

มังคละตรงกับคำว่ามงคล   คำว่า “มังคละโอสถ” จึงหมายถึงยาอันเป็นมงคล  นำความเจริญมาสู่และป้องกันไม่ให้สิ่งที่เลวร้ายมากล้ำกราย    ทางสถานพยาบาลมังคละโอสถได้ใช้ชื่อนี้สืบต่อมา   เพราะโรคภัยต่างๆ ก็เหมือนกับเพทุภัยที่เข้าแทรก  ทำให้ร่างกายเกิดการเจ็บป่วยขึ้น   การใช้ยาก็เพื่อรักษาโรคขับพิษภัยต่างๆ ให้ออกจากร่างกายไป  และเพื่อป้องกันโรคโดยการสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรง  ไม่ให้พิษภัยต่างๆ เข้ามากล้ำกรายได้ง่ายๆ อีกทั้งยังหมายถึงคุณประโยชน์จากยาสมุนไพร ที่มีผลข้างเคียงน้อยกว่ายาที่สังเคราะห์จากเคมีซึ่งอาจเป็นภัยต่อร่างกายได้


สถานพยาบาลมังคละตั้งชื่อขึ้นตามชื่อของปู่มังคละ ปวราธิสันต์ บุตรของแสน ไชยพละแห่งบ้านฮ่อม (ถนนท่าแพ) ซึ่งได้สมรสกับแม่หมูธิดาของพญาจรพนมเขตต์แห่งย่านวัดผ้าขาว  อันเป็นที่ตั้งของคลินิกมังคละโอสถในปัจจุบัน

พญาจรพนมเขตต์เป็นข้าราชการของเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ที่รับผิดชอบการดูแลเรื่องป่าไม้ในเขตตะวันตกเฉียงใต้ของเชียงใหม่และขุนยวมแม่ฮ่องสอน   อีกทั้งดูแลขบวนคาราวานช้างสำหรับการติดต่อค้าขายและขนส่งผู้คนระหว่างเชียงใหม่กับเมืองมะละแหม่งในเขตประเทศเมียนมาร์ปัจจุบัน   

การทำงานในป่าและการเดินทางไกลจึงทำให้คนในสมัยก่อนต้องเตรียมยาไว้ในถุงผ้าที่เรียกว่า “ล่วมยา” เป็นยาเตรียมเพื่อใช้รักษาโรคภัยระหว่างการเดินทาง   ดังเช่นในล่วมยาของพญาจรฯ ยังมีรากไม้ และนอแรดที่เห็นได้ว่าผ่านการฝนเป็นmkl2ยามาแล้ว      ในสมัยที่พวกเรายังเด็ก   ได้เคยเห็นและเคยช่วยย่าหมูฝนยาบนถาดหินกลมที่มีร่องอยู่รอบๆ   การฝนจะต้องเทน้ำลงไปพอเหมาะให้ยาสามารถละลายออกมาแต่ไม่เยิ้มเกินไปจนยาเจือจางมากและไหลไปที่ร่องรอบถาด  เมื่อได้พอสมควรก็จะเทออกโดยมีปากสำหรับเทอยู่ด้านหนึ่ง

ย่าหมูน่าจะได้รับการสืบทอดความรู้เรื่องยามาจากบิดาอยู่ไม่น้อย   เพราะในยุคของคุณย่า   พวกเราสมัยเด็กจะเคยเห็นคนใช้ที่แข็งแรงเป็นผู้ตำยาให้ละเอียด   ก่อนนำมาร่อนผ่านตะแกรงได้เป็นผงละเอียด   แล้วก็มีการต้มมหาหิงคุ์ซึ่งเราจำกลิ่นติดจมูกติดมือกันได้ทุกคน   เพราะเมื่อเคี่ยวมหาหิงคุ์เสร็จแล้ว  ย่าหมูก็จะเป็นผู้ใช้ทัพพีไม้ตักมหาหิงคุ์ขณะร้อนราดเป็นวงๆ ลงบนผงยาในกะละมัง    ปากของย่าจะขมุบขมิบเข้าใจว่าคงจะบริกรรมคาถาตามไปด้วย   จากนั้นก็เป็นหน้าที่ของพวกเด็กๆ ที่ต้องผลัดเปลี่ยนเข้าไปขยำก้อนยาแล้วปั้นให้เป็นก้อน   เทคนิคที่สำคัญคือจะต้องปั้นเป็นก้อนใหญ่ๆให้ได้โดยยาไม่ติดมือ   ด้วยเหตุนี้กลิ่นและรสของมหาหิงคุ์จึงติดมือและฉุนติดจมูกไปหลายวัน  จนถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่ลืมกลิ่นของมหาหิงคุ์นั้น 

จากนั้นหน้าที่ของพวกเด็กๆ ก็จะต้องผลัดเปลี่ยนกันเข้าไปใช้ปั๊มยามือกดลงไปที่ก้อนยา  ซึ่งต้องออกแรงกดดันไปให้ถึงพื้นกะละมังเพื่ออัดยาให้แน่นกับช่องกระสุนของยาและถูให้หน้าตัดเรียบ  เทคนิคใครดีไม่ดี จะใช้แรงมากหรือน้อยก็อยู่ที่ตรงนี้   เพราะถ้าปั้นก้อนยาใช้น้ำมากไปแม้จะทำให้ออกแรงไม่มากแต่เม็ดยาก็จะเละ  แต่หากน้ำน้อยเกินไปก็จะแข็งและต้องออกแรงและบีบออกยากเป็นเงาตามตัว   เครื่องปั๊มยาด้วยมือจะผลิตยาได้ทีละ 10 เม็ด ต้องวางแนวเป็นวงกลมให้ดีไม่ให้ทับซ้อนกันหรือกดถูกยาที่บีบออกมาก่อนทำให้เสียรูปทรงไป  เวลานั้นหลายคนทำไปขมขื่นไป  เพราะอยากไปวิ่งเล่นมากกว่าทำยา   แต่สิ่งเหล่านี้ก็ได้กลายเป็นเทคนิคที่ติดตัวมาให้กับการทำยาลูกกลอนของเราจนถึงทุกวันนี้

ยาตำรับที่มีชื่อของย่าหมูได้แก่ “ยาแก้” กับ “ยาขาง”  ยาแก้คือยาที่เข้ามหาหิงคุ์เป็นยาแก้ปวดท้องท้องเสีย   หากมาเทียบกับยาจีนในปัจจุบันจัดเป็นยาร้อนทำให้กระเพาะอุ่นแก้อาการปวดท้องท้องเสียแบบเย็นได้ดีนักแล    ส่วนยาขางคือยาแก้ร้อนในปากเป็นแผล    เป็นยาที่มีรสฝาดไปถึงหวานจึงเป็นยาที่เด็กๆ ชอบแอบขโมยกินกันเพราะได้รสหวานเหมือนขนม  แต่ยาขางปีหลังๆ ย่าหมูไม่ค่อยได้ทำ   ได้ยินว่าเพราะไม่มีใครเก็บยาสดที่ต้องบีบเอาน้ำมาใช้เข้ายาให้  

การห่อยาหรือแพ็คกิ้งในสมัยนั้นก็ใช้เพียงกระดาษหนังสือพิมพ์หรือกระดาษเขียนหนังสือที่ไม่ใช้แล้วมาตัด  บรรจุ 10 เม็ดบ้าง 12 เม็ดบ้าง  ยาก็รับประทานครั้งละ 2-4 เม็ด   ซึ่งจะมีคนแวะเวียนมาขอซื้ออยู่เสมอ   แต่ยาส่วนใหญ่จะเก็บไว้ในขวดสีชา   ถ้าที่ห่อไว้หมดจึงจะนำมาห่อไว้เผื่อมีคนมาขอซื้อต่อไป   แพ็คกิ้งแบบนี้ในสมัยปัจจุบันคงถูกว่าจะถูกสารตะกั่วจากหมึกพิมพ์หรือเชื้อโรคต่างๆ ที่ติดมากับกระดาษเหล่านั้น  ถือว่าไม่ได้คุณภาพ   แต่ในสมัยก่อนที่เป็นเด็กเราก็ผ่านกันมาอย่างนี้

ความรู้เกี่ยวกับยาเรายังได้พบเห็นจากหมอพื้นบ้านอีกท่านหนึ่ง   ท่านมีชื่อว่า “หมอเส็ง”  คำบอกเล่าว่าท่านเป็นหมอตำราพม่าบ้านอยู่ในซอยไปทางตลาดสมเพ็ชร    สมัยนั้นหมอเส็งมีจักรยานคันหนึ่ง ที่ท้ายจะมีตะกร้าใส่ยาผงต่างๆ  ตอนบ่ายๆ ถึงเย็นจะออกตระเวนไปตามบ้านต่างๆ   รวมทั้งย่าหมูเมื่อสูงอายุแล้วก็เป็นคนไข้ของหมอเส็งด้วย    ตอนเย็นหมอเส็งจะปั่นจักรยานมาที่บ้านของย่าหมู แล้วนั่งสนทนากันก่อนส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องธรรมะก่อนทำการตรวจแล้วลงมาที่รถจักรยาน   นำยาผงต่างๆ มาปรุงผสมเข้าด้วยกันที่หลังรถจักรยาน    แล้วบรรจุลงในถุงสีน้ำตาลเล็กๆ  พร้อมกับสั่งว่าขนานไหนให้กินเวลาไหน ในปริมาณเท่าไร  บางตำรับก็ต้องชงกับเหล้าขาว   ซึ่งกลิ่นของเหล้าขาวผสมกับยาก็นับเป็นของแสลงสำหรับพวกเด็กๆ ที่ต้องทำหน้าเบ้เมื่อเจอกับกลิ่นนี้อยู่เสมอๆ

mkl3บางครั้งเราก็ต้องไปกับย่าไปบ้านของหมอเส็งที่ใกล้กับสี่แยกสมเพ็ชร   ที่นั่นจะมีกลิ่นของยาหอมฟุ้งไปหมด (แรงยิ่งกว่าในร้านมังคละโอสถปัจจุบัน)    หมอเส็งจะบดยาทั้งหมดเป็นผงบรรจุขวดโหลไว้   ถ้าไปที่นั่นก็จะได้ยาครบ  เพราะหลังรถจักรยานแกนำยาติดตัวมาได้ไม่มาก    ในการประชุมแพทย์พื้นบ้านอาเซียนโดยคณะแพทย์ศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เมื่อไม่นานมานี้   ตัวแทนจากอินโดนีเซียได้แนะนำแพทย์พื้นบ้านของอินโดนีเซีย    ซึ่งวิธีการละม้ายคล้ายคลึงกับของหมอเส็งมากเลยทีเดียว      น่าเสียดายที่ความรู้ของหมอเส็งไม่ได้ถ่ายทอดให้ใครไว้    การรักษาของหมอตำราพม่าในเชียงใหม่จึงสาบสูญไป

 

 

หม้อดินเผาสำหรับบรรจุยาสมุนไพร ยังเก็บรักษาไว้จนถึงปัจจุบัน

 

Copyright © 2009 ---.
All Rights Reserved.

Joomla template created with Artisteer.