MUNGKALA

Chinese Medicine in Thailand
  • About us
  • Map
  • News
  • Contact us
Main Menu
  • Home
  • ประวัติมังคละโอสถ
  • สิ่งควรรู้ในการไปพบหมอจีน
  • แนะนำการใช้ยาจีน
  • ยาจีน-ยาไทย
For other languages
  • La clinique Mungkala
  • 日本語
  • Mungkala in Deutsch
  • 中文
แนะนำการศึกษาต่อแพทย์ในจีน
  • แนะแนวเรียนต่อแพทย์อินเตอร์ในจีน
ภาวะมีบุตรยาก infertility
  • การรักษาภาวะมีบุตรยากด้วยแพทย์จีน
  • การรักษาภาวะมีบุตรยากของแพทย์จีนโดยพื้นฐาน
Tour herbs
  • อู่หยวน ชนบทสวยตามสมดุลยินหยาง
  • Mungkala garden อโศกสปัน
Visitors Tracking
Home

โกฐจุฬาลำภา ความสับสนระหว่างไอ้เย่กับชิงเฮา

PostDateIconMonday, 23 January 2012 22:35

aiye

คำว่าการรักษาด้วยวิธีฝังเข็มประกอบด้วยคำสองคำคือ  “เจิน”  กับ “จิว”  วิธีแรกหมายถึงการรักษาโดยใช้เข็มปักเข้าไปในร่างกาย    ส่วนวิธีหลังเป็นที่เข้าใจว่าใช้พืชสมุนไพรชนิดหนึ่งซึ่งเป็นที่เป็นที่เข้าใจกันมาช้านานว่าคือ “โกฐจุฬาลำภา”  ที่นำมาผ่านกรรมวิธีให้กลายเป็นฝอยใช้วางที่จุดแล้วจุดไฟหรืออัดแน่นเป็นแท่งสำหรับรมที่บริเวณจุดหรือตามเส้นลมปราณ   เมื่อไม่กี่ปีมานี้  ได้มีการศึกษาพืชสมุนไพรอีกตัวหนึ่งที่ทางจีนเรียกว่า “ชิงเฮา”  พืชชนิดนี้สามารถนำมาสกัดได้เป็นสารชิงเฮาซู่ซึ่งใช้รักษาโรคมาเลเรีย   ซึ่งนับเป็นความก้าวหน้าอย่างสำคัญในการที่สามารถพัฒนายาสมุนไพรขึ้นมาเป็นยาแผนปัจจุบันได้   แต่ในการประชุมทางวิชาการระดับชาติในไทยครั้งหนึ่งได้มีการใช้คำว่า  “โกฐจุฬาลำภา”  ให้กับชิงเฮา   โดยมีผู้อ้างอิงว่าเพราะสายพันธุ์หนึ่งของชิงเฮา  ตรงกับสายพันธุ์ในเมืองไทยที่เรียกว่าโกฐจุฬาลำภา  เช่นนี้ย่อมทำให้เกิดความสับสนไม่น้อย เพราะระหว่างไอ้เย่กับชิงเฮานั้นมีฤทธิ์ที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง 

โดยไอ้เย่เป็นยาอุ่นร้อน   ส่วนชิงเฮาเป็นยาเย็น     จากการใช้ทางคลินิกที่ผ่านมาก็มีการใช้ต่างกัน โดยไอ้เย่มีสรรพคุณขับพิษหนาวระงับปวดจากความหนาวเย็น  มีฤทธิ์อบอุ่นเส้นลมปราณห้ามเลือด      จึงใช้รักษาอาการปวดท้องน้อยจากถูกเย็น   ประจำเดือนไม่ปกติจากถูกเย็น  มีบุตรยากจากมดลูกเย็น   ซึ่งอาการโรคที่ใช้รักษาจะระบุว่ามีสาเหตุจากความหนาวเย็นเป็นส่วนใหญ่    นอกจากนั้นยังมีข้อควรระมัดระวังในการใช้คือ  ห้ามใช้ในผู้ที่มีภาวะยินพร่องและเลือดเกิดความร้อนขึ้น     ส่วนชิงเฮานั้นเป็นยาเย็น ใช้รักษาภาวะร้อนจากพร่อง  โรคลมแดด  ร้อนรุ่มในกระดูก  ตัวร้อนเวลากลางคืน  ไข้มาเลเรีย  และยังมีการใช้รักษาดีซ่านจากร้อนชื้นด้วย   ซึ่งจะเห็นได้ว่าสรรพคุณการรักษาของชิงเฮานั้นพ่วงด้วยคำว่า “ร้อน” อยู่ด้วยเสมอ     ดังนั้นด้วยลักษณะและสรรพคุณการใช้ของยาทั้งสองชนิดนี้จึงมีความแตกต่างกันมาก   ไม่ควรที่จะนำมาปะปนกัน

สาเหตุของการปะปนกันนี้คงเป็นเพราะเป็นพืชที่มาจากตระกูล Artemisia เหมือนกัน  ลักษณะต้นอาจคล้ายกัน    แต่หากสังเกตก็พอจะทราบความแตกต่างได้ง่าย   โดยต้นไอ้เย่จะมีใบหยักลึก  แต่หากเป็นไอ้เย่ที่มาจากทางตอนเหนือของจีนใบจะอวบและหยักตื้นกว่า    ขนาดของใบจะอวบใหญ่กว่าชิงเฮา      โดยใบของชิงเฮาจะเป็นใบเล็กและหยักลึกมากจนดูเหมือนกับเป็นใบเข็ม   อีกทั้งชิงเฮาจะมีช่อดอกเป็นช่อกระจุกแน่นซึ่งจะแผ่อยู่หนาแน่นตามส่วนบนของต้น  จนคล้ายกับมีเม็ดเล็กๆ กลมๆ ติดอยู่กับยอดเต็มไปหมด   

ไอ้เย่  เป็นยาจีนที่ได้จากใบของพืชสายพันธุ์  Artemisia argyi Levl.et Vant.

qinghaoqinghao1

ชิงเฮา เป็นส่วนเหนือที่อยู่เหนือดินทั้งหมดของพืชสายพันธุ์  Artemisia annua

พืชทั้งสองชนิดแม้จะอยู่ในตระกูลเดียวกัน  แต่ลักษณะและสรรพคุณมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง    จึงไม่ควรใช้ชื่อให้ปะปนกัน     โดยไอ้เย่ก็คือโกฐจุฬาลำภา      ส่วนชิงเฮานั้นควรเรียกทับศัพท์ว่าชิงเฮาเพราะก็เป็นที่เข้าใจกันดีอยู่แล้ว

 

 

Copyright © 2009 ---.
All Rights Reserved.

Joomla template created with Artisteer.